วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ประเภทของสื่อการเรียนรู้

ประเภทของสื่อการเรัียนรู้(สื่อเทคโนโลยี)

บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI)



     CAI ย่อมาจากคำว่า COMPUTER-ASSISTED หรือ AIDED INSTRUCTION คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) หมายถึง สื่อการเรียนการสอนทางคอมพิวเตอร์รูปแบบหนึ่ง ซึ่งใช้ความสามารถของคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอสื่อประสมอันได้แก่ ข้อความ ภาพนิ่ง กราฟฟิก แผนภูมิ กราฟ วิดีทัศน์ ภาพเคลื่อนไหว และเสียง เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาบทเรียน หรือองค์ความรู้ในลักษณะที่ ใกล้เคียงกับการสอนจริงในห้องเรียนมากที่สุด โดยมีเป้าหมายที่สำคัญก็คือ สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียน และกระตุ้นให้เกิดความต้องการที่ จะเรียนรู้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นตัวอย่างที่ดีของสื่อการศึกษาในลักษณะตัวต่อตัว ซึ่งผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์ หรือการโต้ตอบพร้อมทั้งการได้รับผลป้อนกลับ (FEEDBACK) นอกจากนี้ยังเป็นสื่อ ที่สามารถตอบสนองความแตกต่างระหว่างผู้เรียนได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสามารถที่จะประเมิน และตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรียนได้ตลอดเวลา 

คุณลักษณะที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 4 ประการ ได้แก่
 1. สารสนเทศ (Information) หมายถึง เนื้อหาสาระที่ได้รับการเรียบเรียง ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ หรือได้รับทักษะอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ผู้สร้างได้กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ การนำเสนออาจเป็นไปในลักษณะทางตรง หรือทางอ้อมก็ได้ ทางตรงได้แก่ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทติวเตอร์ เช่นการอ่าน จำ ทำความเข้าใจ ฝึกฝน ตัวอย่าง การนำเสนอในทางอ้อมได้แก่ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทเกมและการจำลอง
2. ความแตกต่างระหว่างบุคคล (Individualization) การตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล คือลักษณะสำคัญของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน บุคคลแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกันทางการเรียนรู้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นสื่อประเภทหนึ่งจึงต้องได้รับการออกแบบให้มีลักษณะที่ตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคลให้มากที่สุด
3. การโต้ตอบ (Interaction) คือการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์ช่วยสอนการเรียน การสอนรูปแบบที่ดีที่สุดก็คือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนได้มากที่สุด
 4. การให้ผลป้อนกลับโดยทันที (Immediate Feedback) ผลป้อนกลับหรือการให้คำตอบนี้ถือเป็นการ เสริมแรงอย่างหนึ่ง การให้ผลป้อนกลับแก่ผู้เรียนในทันทีหมายรวมไปถึงการที่คอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สมบูรณ์จะต้องมีการ ทดสอบหรือประเมินความเข้าใจของผู้เรียนในเนื้อหาหรือทักษะต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
ประเภทของบทเรียนคอมพิวเตอร์ (CAI)
 1. ประเภทการสอน (Tutorial) เป็นแบบผู้ช่วยสอน คอมพิวเตอร์จะทำหน้าที่สอน โดยเสนอเนื้อหาให้ผู้เรียนได้ศึกษา ต่อจากนั้นจะมีการตั้งคำถามให้ผู้เรียนตอบ หากตอบไม่ได้ก็จะได้รับคำแนะนำเนื้อหานั้นใหม่ และให้ตอบคำถามใหม่จนกว่าจะเข้าใจ โปรแกรมจะเสนอบทเรียนใหม่และเน้นให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ ซึ่งคำตอบอาจตอบได้หลายวิธี เป็นประเภท CAI ที่นิยมใช้กันมากที่สุด
 2. ประเภทฝึกหัดและปฏิบัติ (Drill and Practice) เป็นการให้ผู้เรียนได้ทำแบบฝึกหัดหลังจากที่ได้เรียนเนื้อหานั้น ๆ แล้ว หรือมีการฝึกซ้ำ ๆ เพื่อให้เกิดทักษะหรือเป็นการแก้ปัญหาแบบท่องจำ เช่นการฝึกท่องจำคำศัพท์ ฝึกบวก ลบ คูณ หาร เป็นต้น
 3. ประเภทสถานการณ์จำลอง (Simulation) CAI แบบนี้ออกแบบเพื่อสอนเนื้อหาใหม่และทบทวนหรือเสริมในสิ่งที่ได้เรียนหรือทดลองไปแล้ว โดยใช้สถานการณ์จำลองเป็นการเลียนแบบหรือจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามความจริง หรือตามธรรมชาติ
 4. ประเภทเกม (Game) เป็นการเรียนรู้จากการเล่น อาจจะเป็นประเภทให้แข่งขันเพื่อไปสู่ชัยชนะ หรือเป็นประเภทเกมความร่วมมือ คือ เล่นเป็นทีมเพื่อฝึกการทำงานเป็นทีม อาจใช้เกมในการสอนคำศัพท์ เกมการคิดคำนวณ หรือเกมจับผิด เป็นต้น
 5. ประเภทการทดลอง (Tests) เพื่อทดสอบผู้เรียนโดยตรงหลังจากที่ได้เรียนเนื้อหาหรือฝึกปฏิบัติได้แล้ว โดยผู้เรียนจะทำแบบทดสอบผ่านคอมพิวเตอร์ ซึ่งเมื่อคอมพิวเตอร์รับคำตอบแล้วก็จะบันทึกผล ประมวลผลตรวจให้คะแนน และเสนอผลให้ผู้เรียนทราบทันทีที่ทำข้อสอบเสร็


ไฮเปอร์เท็กซ์ (HyperText)



   ไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext) หมายถึง ข้อความหรือกลุ่มของข้อความที่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันโดยมีการนำเสนอแบบปฏิสัมพันธ์ โดยการนำข้อความที่ใช้ มาเป็นจุดเชื่อมโยง ซึ่งจะมีลักษณะเด่นกว่าข้อความอื่น เช่น การขีดเส้นใต้ การเน้นด้วยสี ตัวหนา หรือตัวเอียง เป็นต้น

 องค์ประกอบของระบบไฮเปอร์เท็กซ์ ประกอบด้วย
พอยต์ (Point) หมายถึง กลุ่มคำ หรือ วลี ที่เป็นข้อความพิเศษ ที่แสดงว่ามีการเชื่อมโยงเกิดขึ้น เช่น การขีดเส้นใต้ การเน้นด้วยสี หรือตัวหนา เพื่อทำให้รู้ว่า เป็น พอยต์ เมื่อผู้อ่านเลื่อนเคอร์เซอร์มาถึงพอยต์ เคอร์เซอร์จะเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์อื่น เช่น รูปมือ
โหนด (Node) หมายถึง กลุ่มคำของข้อมูลที่สัมพันธ์กันหรือเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งถูกจัดไว้เป็นกลุ่มเดียวกัน ซึ่งในโหนดนั้น อาจมีพอยต์มากกว่าหนึ่งพอยต์ก็ได้ ความหมายของโหนดนั้นไม่สามารถระบุได้ตายตัว โหนดหนึ่งโหนดอาจเปรียบเทียบได้กับเนื้อหาข้อมูลที่เขียนขึ้นมาอยู่บนกระดาษแผ่นเดียวกัน
ลิงค์ (Link)  หมายถึง การเชื่อมโยงเอกสารจากต้นทางไปปลายทาง จำแนกลิงค์ออกได้เป็น 3 ชนิด ประกอบด้วย
  1. ลิงค์ชนิดอ้างถึง (Referential Link)  ใช้สำหรับเชื่อมโยงโดยอ้างถึงโดยตรงระหว่างจุดสองจุด เช่น ปุ่มที่มีข้อความลิงค์ไปข้างหน้า หรือย้อนกลับ
  2. ลิงค์ชนิดแผนภูมิ (Organization Link) มีความคล้ายคลึงกับลิงค์ชนิดอ้างถึง จะแตกต่างกันตรงที่ เป็นการเชื่อมโยงระหว่างโหนดด้วยกันในลักษณะที่เป็นโครงสร้างเป็นชั้นๆ  (ไฮราคี่)
  3. ลิงค์ชนิดคีย์เวิร์ด (Keyword Link) เป็นการนำกลุ่มคำหรือวลีต่างๆ ที่มีความหมายและสัมพันธ์ระหว่างกันมาเชื่อมโยงด้วยวิธีการเดียวกับการลิงค์ชนิดอ้างถึงหรือแผนภูมิ

ตัวอย่าง รูปเล่มโครงงานคอมพิวเตอร์ : ให้นักเรียนศึกษา



โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)


     เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ไม่ใช่เป็นครูผู้สอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Online ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้
     

     โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทำความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ

        ลักษณะเด่นของโครงงานประเภทนี้ คือ เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่มการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่างๆ โดยผู้เรียนอาจคัดเลือกเนื้อหาที่เข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา ตัวอย่างโครงงาน เช่น การเคลื่อนที่แบบโปรเจ็กไตล์ ระบบสุริยจักรวาล  ตัวแปรต่างๆ ที่มีผลต่อการชำกิ่งกุหลาบ หลักภาษาไทย  และสถานที่สำคัญของประเทศไทย เป็นต้น          

         เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษาโดยการสร้างโปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่มการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่างๆ โดยผู้เรียนอาจคัดเลือกเนื้อหาที่เข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา เช่น การเคลื่อนที่แบบโปรเจ็กไตล์ ระบบสุริยจักรวาล หลักภาษาไทย  และสถานที่สำคัญของประเทศไทย โครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์ วิถีชีวิตของคนไทยพวน โปรแกรม ดนตรีไทยแสนสนุก  โปรแกรม ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต โปรแกรมสำนวนไทยพาสนุก โปรแกรมฝึกอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ โปรแกรมเรียนรู้คณิตศาสตร์



วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (อังกฤษ: Internet Access) หมายถึงการเชื่อมต่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือคอมพิวเตอร์ใดๆ หรืออุปกรณ์มือถือ หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้ากับระบบอินเทอร์เน็ตที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการต่างๆในอินเทอร์เน็ตได้ (เช่นอีเมลและเวิลด์ไวด์เว็บผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider, ISP) เสนอการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้ประชาชนทั่วไปผ่านทางเทคโนโลยีต่างๆที่มีความหลากหลายของอัตราการส่งสัญญาณข้อมูล (ความเร็ว)
ผู้บริโภคใช้งานอินเทอร์เน็ต, ในช่วงต้นก่อนที่จะกลายเป็นที่นิยม, ผ่านทางโทรฯเข้า (dial-up) ซึ่งเป็นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในทศวรรษที่ 1980 และ 1990. ในช่วงทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 21 ผู้บริโภคจำนวนมากใช้เทคโนโลยีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแบบบรอดแบนดทำให้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้เร็วขึ้
ประเภทของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
1. การเชื่อมต่อแบบ Dial Up  เป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่เคยได้รับความนิยมในยุคแรก ๆ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์บุคคล กับสายโทรศัพท์บ้านที่เป็นสายตรงต่อเชื่อมเข้ากับโมเด็ม (Modem) ก็สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตต้องทำการติดต่อกับผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านหมายเลขโทรศัพท์บ้าน โดยผู้ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจะกำหนดชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) มาให้เพื่อเข้าใช้บริการอินเตอร์เน็ต

2. การเชื่อมต่อแบบ ISDN(Internet Services Digital Network)  เป็นการเชื่อมต่อที่คล้ายกับแบบ Dial Up เพราะต้องใช้โทรศัพท์และโมเด็มในการเชื่อมต่อ ต่างกันตรงที่ระบบโทรศัพท์เป็นระบบความเร็วสูงที่ใช้เทคโนโลยีระบบดิจิตอล (Digital) และต้องใช้โมเด็มแบบ ISDN Modem ในการเชื่อมต่อ ดังนั้นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ ISDN จะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ คือ
-ต้องติดต่อผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ที่ให้บริการการเชื่อมต่อแบบ ISDN
 -การเชื่อมต่อต้องใช้ ISDN Modem ในการเชื่อมต่อ
-ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่จะใช้บริการนี้ อยู่ในอาณาเขตที่ใช้บริการ ISDN ได้หรือไม่

3. การเชื่อมต่อแบบ DSL(Digital Subscriber Line)  เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยใช้สายโทรศัพท์ธรรมดา ที่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตและพูดผ่านสายโทรศัพท์ปกติได้ในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตแบบDSL ก็คือ
-ต้องตรวจสอบว่าสถานที่ที่ติดตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ให้บริการระบบโทรศัพท์แบบ DSL หรือไม่
-บัญชีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในแบบ DSL
-การเชื่อมต่อต้องใช้ DSL Modem ในการเชื่อมต่อ
-ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย

4. การเชื่อมต่อแบบ Cable  เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยผ่านสายสื่อสารเดียวกับ Cable TV จึงทำให้เราสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปพร้อม ๆ กับการดูทีวีได้ โดยต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ
-ใช้ Cable Modem เพื่อเชื่อมต่อ
-ต้องติดตั้ง Ethernet Adapter Card หรือ Lan Card ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย

5. การเชื่อมต่อแบบดาวเทียม (Satellites)  เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ระบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเรียกว่าDirect Broadcast Satellites หรือ DBS โดยผู้ใช้ต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม คือ
-จานดาวเทียมขนาด 18-21 นิ้ว เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณจากดาวเทียม
-ใช้ Modem เพื่อเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต

วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เทคโนโลยีสมัยใหม่


GrassCellPhoneConceptแนวคิดโทรศัพท์มือ ถือต้นหญ้าแนวคิดโทรศัพท์มือถือต้นหญ้าหรือ GrassCellPhone มาจากแนวคิดเนื่องด้วยธรรมชาติสร้างสรรค์ เทคโนโลยีให้ควบคู่กันไปได้อย่างลงตัว จึงไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เพราะมือถือต้นหญ้าเครื่องนี้ก็จะค่อยๆ ย่อยสลายตัวเองไปตามกาลเวลาภายในระยะเวลา 2 ปี เพราะว่าวัสดุที่ใช้ทำเป็นวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้นั่นเอง ผลงานการออกแบบของ Je-Hyun Kim

คำศัพท์คอมพิวเตอร์


1.E-mail : Electronic Mail คือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง วิธีการหนึ่งของการแลกเปลี่ยนข้อความแบบดิจิทัล ซึ่งออกแบบขึ้นเพื่อให้มนุษย์ใช้เป็นหลัก ข้อความนั้นจะต้องประกอบด้วยเนื้อหา ที่อยู่ของผู้ส่ง และที่อยู่ของผู้รับ (ซึ่งอาจมีมากกว่าหนึ่ง) เป็นอย่างน้อย
2. Database หมายถึง ความสามารถในการใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลเดียวกันได้พร้อมๆกัน
3.Personal Computer : PC คือ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ราคาย่อมเยา
4.codeหมายถึง : รหัส เป็นโปรแกรมคำสั่ง รหัส อาจเป็นชนิดที่คนอ่านได้ ซึ่งเขียนขึ้นโดยนักเขียนโปรแกรม และรหัสอีกชนิดหนึ่งสำหรับเคื่องคอมพิวเตอร์อ่าน
5..backupหมายถึง : สำเนาของโปรแกรม แผ่นดิสก์ หรือข้อมูล ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อประกันว่าโปรแกรม แผ่นดิสก์ หรือข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกลบเลือนไปเมื่อโปรแกรม แผ่นดิสก์ หรือข้อมูลที่กำลังใช้อยู่นั้นถูกทำลายไป
6.baselineหมายถึง : เส้นบรรทัดโดยสมมุติว่าเป็นแนวของตัวอักษรในบรรทัด ซึ่งตัวอักษรในบรรทัดนั้นทุกตัวตั้งบนเส้น baseline หรือเส้นบรรทัดนี้แต่จะมีตัวอักษรบางตัวที่มีหางยื่นล้ำแนวเส้น baseline ลงไปบ้าง7.batchหมายถึง : กลุ่มของเอกสารหรือกลุ่มของระเบียนข้อมูล (data record) ซึ่งถูกนำมาประมวลผลในฐานะเป็นหน่วยเดียวกัน
8.baudหมายถึง : การวัดความเร็วในการถ่ายทอดข้อมูลอย่างหนึ่ง

9.bit mapหมายถึง : รูปภาพบนจอภาพ ที่เกิดจากการรวมตัวกันของ bit โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน graphical user interface
10.blockหมายถึง : บล็อก กลุ่มของสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกัน โดยทั่วไปใช้กับไบต์ของคลังข้อมูล หรือข้อมูล หรือส่วนของเนื้อเรื่อง (text)
11.bootหมายถึง : การเริ่มต้นเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเริ่มต้นเปิดเครื่องใหม่หลังจากปิดไปแล้ว12.browseหมายถึง : การค้นหาแฟ้มข้อมูลในฐานข้อมูล (database) หรือค้นหารายการของแฟ้มข้อมูล
13.bugหมายถึง : ความขัดข้อง หรือสิ่งผิดปกติในซอฟแวร์ หรือในฮาร์ดแวร์
14.carrier systemหมายถึง : ระบบการสื่อสาร เป็นวิธีการสื่อสารซึ่งใช้ความถี่ต่างๆ กัน เพื่อส่งผ่านหรือถ่ายทอดสารสนเทศไปตามช่องสัญญานการสื่อสารแต่ละช่อง
15.CBTหมายถึง : คำย่อของ computer-based training หมายถึง การใช้คอมพิวเตอร์และโปรแกรมซึ่งทำขึ้นพิเศษเพื่อสอน
16.address (แอดเดรส) : สังกัด, ตำแหน่งที่อยู่ของคลังข้อมูลในคอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไป คลังข้อมูลแต่ละแห่งจะมีตำแหน่งที่อยู่ของระบบ หน่วยความจำอาจเป็น 0, 1,
17.delete (ดีลีท) : การลบข้อความ ลบแฟ้มข้อมูล หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของเอกสาร
18.desktop (เดสท็อป) : เนื้อที่บนจอภาพ ซึ่งจัดไว้ให้ผู้ใช้ได้ใช้ประโยชน์ เหมือนกับการใช้โต๊ะทำงาน เช่น มีไอคอน (icon) และเมนู (menu) เพื่อให้คลิก หรือเลือกใช้เครื่องมือต่างๆ ได้แก่ สมุดบันทึก เครื่องคิดเลข มีหมายเลขโทรศัพท์ กระดาษจดบันทึก จดโน๊ต เป็นต้น
19.edit (อีดิท) : การปรับปรุง แก้ไข เปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่อง (text) เอกสาร หรือแฟ้มข้อมูล เพื่อให้ถูกต้องและดีขึ้น
20.error (เอเร่อร์) : ความผิดพลาด ทางด้านคอมพิวเตอร์ ความผิดพลาด (error) เป็นผลลัพธ์ของเหตุการณ์ ซึ่งไม่เป็นไปตามที่คาดคิด ความผิดพลาดในด้านต่างๆ ทางคอมพิวเตอร์ เช่น error checking กระบวนการตรวจสอบผิดพลาดในระหว่างถ่ายทอดแฟ้มข้อมูลระหว่างผู้ส่งข้อมูลและ ผู้รับข้อมูล; error file แฟ้มข้อมูลผิดพลาด ได้แก่แฟ้มข้อมูลที่บันทึกเวลาในการประมวลผลข้อมูล และการถ่ายทอดข้อมูลผิดพลาด; error message ได้แก่ข่าวสารจากระบบหรือจากโปรแกรม ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดพลาด เช่น หน้าจอขึ้น dialog box ว่า "Printer not ready" ซึ่งเกิดจากการขัดข้องในการส่งข้อมูลไปยังเครื่องพิมพ์ ไม่ใช่เกิดจากความไม่พร้อมของเครื่องพิมพ์ เป็นต้น
21.file (ไฟล์) : แฟ้มแฟ้มข้อมูล เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล หรือสารสนเทศ รวมทั้งโปรแกรมต่างๆ
22.giga (จิ๊กกะ) : อ่านว่า จิ๊กกะ มีค่าเท่ากับ 10 ยกกำลัง 9 หรือ 1,000,000,000
23.host (โฮสต์) : คอมพิวเตอร์หลักในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ต่อเชื่อมโยงอยู่
24.image (อิมเมจ) : ภาพ หมายรวมถึง รูปภาพที่ปรากฏบนกระดาษ บนจอภาพ หรือรูปภาพที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หรือรูปภาพที่สร้างขึ้นมาจาก pixel (bitmap) ด้วย
25.import (อิมพอร์ต) : การนำเอาเอกสารสารสนเทศจากที่อื่น ระบบอื่น หรือโปรแกรมอื่น มาสู่คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้
26.input (อินพุท) : การนำข้อมูลหรือ สารสนเทศเข้าสู่คอมพิวเตอร์ เช่น ใช้แป้นพิมพ์ (keyboard) หรือการนำเข้าจากแฟ้มข้อมูลบนแผ่นดิสก์ ผ่านทางช่องดิสก์ เป็นต้
27. key (คีย์) : แป้นคีบนแป้นพิมพ์ ในภาษาไทยมักเรียกว่า แป้นอักษร
28.analog (อนาลอค) : การเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางกายภาพที่ต่อเนื่องกันไป เช่น การเปลี่ยนแปลงแรงดันไฟฟ้าขึ้น-ลงในวงจรไฟฟ้า เป็นต้น
29.backup (แบ็คอัพ) : สำเนาของโปรแกรม แผ่นดิสก์ หรือข้อมูล ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อประกันว่าโปรแกรม แผ่นดิสก์ หรือข้อมูลเหล่านี้
30.call (คอล) : การถ่ายทอดโปรแกรม การควบคุมงานไปยังส่วนหนึ่งส่วนใดของรหัสในขณะที่กลังเก็บรักษา (save) สารสนเทศที่จำเป็น เพื่อให้การควบคุมการทำงานกลับมายังจุดที่เรียก
31. icon (ไอค่อน) : ไอคอน ภาพเล็กๆ ที่ปรากฏบนจอภาพเพื่อแทนโปรแกรมกิจลักษณ์ (feature) หรือแฟ้มข้อมูลใดๆ เมื่อต้องการใช้สิ่งเหล่านี้ ผู้ใช้เพียงแค่คลิกที่ icon เหล่านี้ โปรแกรม กิจลักษณ์ หรือแฟ้มข้อมูลนั้น ก็จะเปิดออกมาให้ใช้ได้ทันที
32. keyword (คีย์บอร์ด) : คำไข ข้อความ วลี หรือ รหัสใดๆ ที่เก็บไว้ใน key field และนำมาใช้เรียงลำดับ หรือใช้ในการค้นหาในระเบียน; คำซึ่งได้สงวนไว้เพื่อใช้ในภาษาโปรแกรม หรือใช้ในระบบการปฏิบัติงานโดยเฉพาะ
33. access (แอคเซส) : เข้าถึง, บอกตำแหน่ง, การอ่านหน่วยความจำ,และทำให้พร้อมที่จะนำมาใช้งาน คำว่า access ใช้กับการเข้าสู่แผ่นดิสก์, แฟ้มข้อมูล, ระเบียนและเครือข่ายต่างๆ
34. abort (อบอร์ท) : การไม่ทำงานของเครื่องโดยมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น 
35. append (แอพเพ็นด์) : แปลว่า ผนวกหรือเพิ่มเติมเข้ากับ ใช้ในการบันทึกข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไปในแฟ้มข้อมูลในตอนสุดท้าย หรือหมายถึงการเพิ่มเติมตัวอักษรเข้าไปท้ายแถวของตัวอักษร
36. bandwidth (แบนวิท) : ในการสื่อสาร ความกว้างของช่วงคลื่น วัดจากช่วงของความถี่สูงที่สุดมาหาความถี่ต่ำที่สุดในช่วงความถี่ของคลื่น ขนาดใดขนาดหนึ่ง เช่น ช่วงความกว้างของคลื่นของระบบโทรศัพท์ที่ความถี่ 3000 Hz จะอยู่ระหว่างความถี่ต่ำสุด 300 Hz กับความถี่สูงสุด 3300 Hz
37. bar code (บาร์โค้ด) : รหัสพิเศษชนิดหนึ่ง ที่พิมพ์ติดเอาไว้ไว้บนสินค้า (หรือสิ่งอื่นใด) ในลักษณะเป็นชุดของเส้นตรงตั้งเรียงกัน เส้นตรงเหล่านั้น มีความกว้างแตกต่างกัน ใช้ในการตรวจสอบที่ถูกต้องอย่างไม่มีผิดพลาดได้อย่างรวดเร็ว มักใช้ตามห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาเก็ต ห้องสมุด และอื่นๆ
38. batch (แบช) : กลุ่มของเอกสารหรือกลุ่มของระเบียนข้อมูล (data record) ซึ่งถูกนำมาประมวลผลในฐานะเป็นหน่วยเดียวกัน
39.  binary (ไบนารี่) : (เลข) ฐาน 2 คำว่า bi = 2 เลขฐาน 2 หมายถึง ในระบบนี้จะใช้เลขเพียง 2 ตัวเท่านั้น ได้แก่เลข 0 และเลข 1 เพื่อความเข้าใจจะเปรียบเทียบเลขฐาน 2 กับเลขฐาน 10 ซึ่งเราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน เลขฐาน 10 เรานับ 0 1 2 3 ... ไปจนถึง 9 แล้วเริ่มนับ 0 ใหม่ เริ่มการนับครั้งที่ 2 เราเรียกว่า 10 มี หนึ่ง กับ 0 และเลขลำดับต่อไปจะเป็น 11 (หนึ่งกับหนึ่ง) 12 (หนึ่งกับสอง) เรื่อยๆไป ส่วนเลขฐาน 2 นั้นถูกนำมาใช้ในทางคอมพิวเตอร์ เพราะว่าเลข 0 กับเลข 1 สามารถแทนสถานการณ์ 2 อย่างคือ ปิดและเปิด หรือ ไม่จริงกับจริง ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับระดับแรงดันไฟฟ้าในวงจรของเครื่องมืออีเลคทรอนิกได้ พอดี ระบบเลขฐาน 2 มีความสำคัญมากในการคำนวณแบบดิจิตอล
40. cable (เคเบิ้ล) : สายเคเบิล เป็นสายสื่อที่ใช้ต่อเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์ชนิดต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ มีวัสดุห่อหุ้มสายเพื่อป้องกันความเสียหายและการรั่วไหล อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต่อเชื่อมด้วยสายเคเบิล เช่น แป้นพิมพ์ (keyboard) เมาส์ (mouse) เครื่องพิมพ์ (printer) เป็นต้น
41. CD (ซีดี) : คำย่อของ Carrier Detect เป็นสัญญานที่ส่งมาจากโมเด็ม ซึ่งเสียบต่อเชื่อมโยงอยู่กับคอมพิวเตอร์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าโมเด็มนั้นกำลังอยู่ในสาย

42. chip (ชิพ) : คำย่อของคำว่า microchip ดูเพิ่มเติม integrated circuit
43. environment (เอนไวรอนเม้น) : ชุดของอุปกรณ์หรือ เครื่องใช้ต่างๆ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้เครื่องมือเครื่องใช้ระบบใดระบบหนึ่ง (ความหมายออกจะแตกต่างจากที่เราแปลว่า "สิ่งแวดล้อม" อยู่บ้าง) ยกตัวอย่างให้เห็นได้ชัด เช่น ในทางคอมพิวเตอร์ถือว่า ระบบการทำงานของวินโด้ (window operating system) เป็น environment อย่างหนึ่งของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ หมายความว่า เพราะวินโด้นี่เองที่ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่า ผู้ใช้ใช้วินโด้เป็นเครื่องมือในการใช้คอมพิวเตอร์ทำประโยชน์ ดังนั้น วินโด้จึงเป็น environment
44. format (ฟอร์แมต) : รูปแบบ โครงสร้างหรือลักษณะของหน่วยหนึ่งๆ ของข้อมูล เช่น แฟ้มข้อมูลแฟ้มหนึ่ง; ฟีลด์ (field) หรือเรื่องของข้อมูลในฟีลด์หนึ่งๆ ในระเบียน (record) ของโปรแกรมเดต้าเบสเซล (cell) ในโปรแกรม speadsheet หรือรูปแบบของเอกสารที่จัดทำขึ้นในโปรแกรม word processor เป็นต้น เมื่อใช้คำ format เป็นคำกริยา หมายถึงการจัดรูปแบบของเนื้อเรื่อง (text) หรือการเปลี่ยนแปลงลักษณะของสิ่งใดๆ ในโปรแกรม spreadsheet และหมายถึงการจัดเตรียม แผ่นดิสก์เพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลได้
45.  freeware (ฟรีแวร์) : โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ให้เปล่าไม่ต้องเสียเงินซื้อ
46.  help (เฮปป์) : กิจลักษณ์อย่าง หนึ่งมีไว้สำหรับช่วยเหลือการใช้คอมพิวเตอร์ ในโปรแกรมปฏิบัติการต่างๆ ประกอบไปด้วยคำแนะนำ และการแก้ปัญหาต่างๆ ในการทำงานในโปรแกรมนั้นๆ
47. Operating System:OS  ทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับการเข้าใช้ทรัพยากรต่างๆ ของโปรแกรมที่รันบนคอมพิวเตอร์ เช่น หน่วยความจำ ฮาร์ดดิสก์ จอภาพ คีย์บอร์ด เมาส์ 
48.  Coaxial Cable  สายโคแอ็กเชียล มีลักษณะคล้ายกับสายเคเบิลทีวี คือ มีแกนเป็นทองแดงห่อหุ้มด้วยฉนวน แล้วหุ้มด้วยตาข่ายโลหะ ชั้นนอกสุดเป็นวัสดุป้องกันสายสัญญาณ สายประเภทนี้นิยมใช้มากในเครือข่ายสมัยแรกๆ แต่ปัจจุบันไม่นิยมใช้แล้ว เปลี่ยนเป็นการใช้สายคู่เกลียวบิดแทน
49. Data Terminal Equipment : DTE  เป็นแหล่งกำเนิดและรับข้อมูล เช่น คอมพิวเตอร์ เทอร์มินัล-คอมพิวเตอร์ เมนเฟรม เครื่องพิมพ์ เป็นต้น
50. Message  ข่าวสาร คือสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผ่านไปในระบบสื่อสาร บางครั้งเรียกว่าสารสนเทศ (Information) รูปแบบของข่าวสารมี 4 รูปแบบคือ เสียง ข้อมูล ข้อความ และภาพ เป็นต้น 

วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การใช้แอปเพื่อการศึกษา



ดาวน์โหลดโปรแกรม ความรู้รอบตัว 2556
ความรู้รอบตัว 2556  แอพพลิเคชั่นดีๆ มีสาระ เหมาะสำหรับสำหรับเด็กๆ น้องๆ หนูๆ นักเรียน  และผู้ที่ชื่นชอบในการอ่านหนังสือความรู้รอบตัว ซึ่งในโปรแกรมได้รวบรวมสาระความรู้รอบตัว ซึ่งแยกเป็นหมวดหมู่ 5 หมวด ดังนี้ หมวดหมู่ที่ 1.ประเทศของเรา 2. พระพุทธศาสนา 3.อาเซียน 4.โลกของเรา 5.อวกาศ-จักรวาล ซึ่งแอพพลิเคชั่นการเรียนรู้ความรู้รอบตัวนี้จะช่วยให้ผู้เรียนได้รับความรู้และนำไปใช้ในการศึกษาหาความรู้ และจะได้สนุกกับลูกเล่นและภาพประกอบที่มีอยู่ในเกมส์ คุณพร้อมที่จะสนุกและรับความรู้ที่มีประโยชน์ไปพร้อมกันนี้ได้เลย สำหรับผู้ใช้งาน Android ดาวน์โหลดไปเล่นกันฟรี ๆ ได้เลย

อันตรายจากอินเตอร์เน็ต

วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อุปกรณ์พื้นฐานคอมพิวเตอร์

แรม หรือ หน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่ม  (อังกฤษrandom access memory: RAM) เป็นหน่วยความจำหลัก ที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ยุคปัจจุบัน หน่วยความจำชนิดนี้ อนุญาตให้เขียนและอ่านข้อมูลได้ในตำแหน่งต่างๆ อย่างอิสระ และรวดเร็วพอสมควร โดยคำว่าเข้าถึงโดยสุ่มหมายความว่าสามารถเข้าถึงข้อมูลแต่ละตำแหน่งได้เร็วเท่าๆ กัน ซึ่งต่างจากสื่อเก็บข้อมูลชนิดอื่นๆ อย่างเทป หรือดิสก์ ที่มีข้อจำกัดของความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลและความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล ที่ต้องทำตามลำดับก่อนหลังตามที่จัดเก็บไว้ในสื่อ หรือมีข้อกำจัดแบบรอม ที่อนุญาตให้อ่านเพียงอย่างเดียว

การ์ดจอ (Graphic Card) หรือการ์ดแสดงผล เป็นเหมือนสีสันของคอมพิวเตอร์เลยครับ การ์ดจอ (Graphic Card) คือ แผงวงจรที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ไปแสดงผลยังจอภาพ(Monitor) ในปัจจุบันจะมีรูปแบบของหัวต่อหรือสล็อต 2 แบบ คือAGP (Accelerator Graphic Port)ซึ่งเป็นแบบเก่าตอนนี้ไม่นิยมกันแล้ว อาจจะเลิกผลิตไปแล้วก็ได้ครับที่เห็นๆ อยู่คงจะเป็นมือ 2 ที่ยังหลงเหลืออยู่หรือของที่ค้างสต๊อก และอีกระบบหนึ่งคือ PCI Express x16 ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

Power Supply (พาวเวอร์ซัพพลาย)  คือ อุปกรณ์จ่ายไฟให้กับคอมพิวเตอร์ โดยรับกระแสและแรงดัน 220 โวลต์จากไฟฟ้าในอาคารแล้วจ่ายออกตามสายไฟสีต่าง ๆ ด้วยแรงดันที่ต่างกันไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์  แล้วก็ตำแหน่งของพาวเวอร์ซัพพลายมักจะติดตั้งอยู่มุมขวาทางด้านหลังตัวเครื่องคอมพิวเตอร์(case) เป็นส่วนใหญ่ และอยู่ด้านหลังของดิสก์ไดร์ฟ เพื่อให้สะดวกต่อการเชื่อมต่อสายสัญญาณ หรือสายเคเบิลต่าง ๆ 


ประเภทของระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ


ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง (Executive Information System: EIS) 
     ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง คือ MIS ประเภทพิเศษที่ถูกพัฒนาสำหรับผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะช่วยให้ผู้บริหารระดับสูงที่ไม่คุ้นเคยกับเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถ ใช้ระบบสารสนเทศได้ง่ายขึ้น โดยใช้เมาส์เลื่อนหรือจอภาพแบบสัมผัส เพื่อเชื่อมโยงข่าวสารระหว่างกันทำให้ผู้บริหารไม่ต้องจำคำสั่ง









ระบบสารสนเทศสำหรับกลุ่มบุคคลในการตัดสินใจ (Group Decision Support Systems-GDSS)

GDSS เป็นระบบสารสนเทศประเภทหนึ่งของ DSS ซึ่งมีลักษณะเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะโต้ตอบได้ (interactive) ในการสนับสนุนงานแก้ไขปัญหาที่ไม่มีโครงสร้าง สำหรับผู้ตัดสินใจที่ทำงานกันเป็นกลุ่ม (De Santi & Gallespe, 1987) เป้าหมายของ GDSS คือการปรับปรุงประสิทธิภาพการประชุมและการตัดสินใจ หรือทั้งสองอย่าง โดยการช่วยสนับสนุนการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นภายในกลุ่ม ช่วยกระตุ้นความคิด ระดมความคิด และการแก้ปัญหาความขัดแย้ง


EIS และ GDSS แตกต่างกันอย่างไร ?
ระบบสารสนเทศสนับสนุนการตัดสินใจของบุคคลหรือEISผู้ใช้จะต้องมีอำนาจในการนำเข้าข้อมูลและตัดสินใจเพียงคนเดียวและระบบสารสนเทศสนับสนุนการตัดสินใจแบบกล่มหรือGDSSมีผู้นำเข้าข้อมูลในระบบและผู้ร่วมตัดสินใจหลายคนทำให้ผลลัพธ์ที่ได้จากการตัดสินใจมีคุณภาพมากกว่า EIS